จัดอีเว้นท์ไทยเห็นโอกาส ลุยตลาด AEC รายงานฉบับเต็มจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย

รายงานฉบับเต็มจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่า การจัดงานอีเว้นท์เป็นหนึ่งในทางเลือกในการทำการตลาดที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง แต่ก็มีความอ่อนไหวต่อปัจจัยต่างๆที่เข้ามากระทบในระดับสูงเช่นกัน  แม้ว่ามูลค่าธุรกิจรับจัดงานอีเว้นท์จะมีแนวโน้มเติบโตขึ้น แต่โครงสร้างตลาดที่มีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องจับตาสภาพแวดล้อมของธุรกิจเพื่อปรับกลยุทธ์และแสวงหาโอกาสทางธุรกิจได้อย่างเหมาะสม

 

ธุรกิจอีเว้นท์รายใหญ่รับจัดงานในต่างประเทศมากขึ้น

ในปี 2558 นี้ ผู้ประกอบการธุรกิจรับจัดงานอีเว้นท์รายใหญ่ให้ความสำคัญกับการรับจัดงานอีเว้นท์ในต่างประเทศมากขึ้น จากเดิมที่รายได้ของธุรกิจรับจัดงานอีเว้นท์ในประเทศไทยยังคงพึ่งพิงการรับจัดงานอีเว้นท์ภายในประเทศเป็นหลัก เห็นได้จากการออกมาประกาศเพิ่มสัดส่วนรายได้จากการรับจัดงานอีเว้นท์ในต่างประเทศของผู้ประกอบการธุรกิจรับจัดงานอีเว้นท์รายใหญ่ไปสู่ร้อยละ 20 – 50 ของรายได้รวมทั้งหมด จากในปัจจุบันที่มีสัดส่วนรายได้จากการรับจัดงานอีเว้นท์ในต่างประเทศร้อยละ 5 – 10 ของรายได้รวมทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม หรือกลุ่ม CLMV ที่ผู้ประกอบการธุรกิจรับจัดงานอีเว้นท์รายใหญ่ริเริ่มเข้าไปขยายตลาดการจัดงานอีเว้นท์ขนาดใหญ่ เช่น งานเค้าท์ดาวน์สู่ปีใหม่ งานเทศกาลสงกรานต์ งานมหกรรมกีฬาต่างๆ เป็นต้น

 

ธุรกิจอีเว้นท์รายใหญ่กระจายการลงทุนไปธุรกิจอื่นๆ

ในปี 2558 นี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า มูลค่าธุรกิจอีเว้นท์น่าจะมีแนวโน้มเติบโตขึ้น สอดคล้องตามภาพของผู้ประกอบการธุรกิจรับจัดงานอีเว้นท์รายใหญ่ที่ต่างตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ประมาณร้อยละ 15 – 30 ใกล้เคียงกับปีที่เศรษฐกิจอยู่ในภาวะเติบโตตามปกติ แม้ว่ามูลค่าธุรกิจอีเว้นท์จะมีแนวโน้มเติบโตขึ้น แต่หากพิจารณาโครงสร้างรายได้ของผู้ประกอบการธุรกิจรับจัดงานอีเว้นท์รายใหญ่ก็จะพบว่าสัดส่วนรายได้ของธุรกิจรับจัดงานอีเว้นท์มีแนวโน้มลดลงจากในอดีตที่มีสัดส่วนรายได้จากการรับจัดงานอีเว้นท์ร้อยละ 50 – 60 ของรายได้รวมทั้งหมด

 

ในปัจจุบัน แม้ว่าจะมีผู้ประกอบการธุรกิจรับจัดงานอีเว้นท์เจ้าตลาดประกอบธุรกิจและครองส่วนแบ่งการตลาดอยู่ในระดับสูง แต่ก็มีผู้ประกอบการธุรกิจรายใหญ่ในธุรกิจอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธุรกิจบันเทิง ธุรกิจโฆษณา และธุรกิจสื่อ หันมาขยายธุรกิจสู่การเป็นผู้รับจัดงานอีเว้นท์มากขึ้น โดยกำหนดตำแหน่งการแข่งขันที่มุ่งเน้นสร้างความเชี่ยวชาญในการจัดงานอีเว้นท์เฉพาะด้านตามความเชี่ยวชาญของตนเอง ซึ่งจะส่งผลให้สถานการณ์การแข่งขันของธุรกิจรับจัดงานอีเว้นท์ในประเทศไทยมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น และมีการกระจายรายได้ไปยังผู้เล่นใหม่ๆ

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ประกอบการธุรกิจรายใหญ่ในธุรกิจอื่นๆที่เข้ามาชิงส่วนแบ่งการตลาดมากขึ้น โดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ในปี 2558 นี้ ส่วนแบ่งการตลาดของผู้ประกอบการธุรกิจรายใหญ่ในธุรกิจอื่นๆที่หันมาขยายธุรกิจสู่การเป็นผู้รับจัดงานอีเว้นท์น่าจะเพิ่มขึ้นมาสู่ร้อยละ 22 ของมูลค่าตลาดธุรกิจอีเว้นท์โดยรวม จากในปี 2556 ที่คิดเป็นร้อยละ 20 ของมูลค่าตลาดธุรกิจอีเว้นท์โดยรวม

 

แรงหนุนการจัดงานจากผู้จัดงานภายในประเทศ กระตุ้นธุรกิจอีเว้นท์ปี 58 

หากภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศไทยไม่มีปัจจัยร้ายแรงมากระทบ การจัดงานอีเว้นท์ระหว่างผู้ประกอบการกับผู้ประกอบการ (Business-to-business: B2B) ภายในประเทศน่าจะเติบโตในปี 2558 นี้ โดยนอกจากจะเป็นการจัดงานอีเว้นท์ในรูปแบบการจับคู่ทางธุรกิจในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น เครื่องมือ เครื่องจักร ชิ้นส่วน และอุปกรณ์สำหรับภาคการเกษตรและอุตสาหกรรม เป็นต้น แล้ว ยังได้รับปัจจัยหนุนจากความต้องการการจัดงานอีเว้นท์จากตลาดผู้จัดงานกลุ่มใหม่ๆ เช่น อาหารและเครื่องดื่ม ท่องเที่ยว โลจิสติกส์ บริการด้านการแพทย์ เป็นต้น อีกด้วย

 

สำหรับการจัดงานอีเว้นท์ระหว่างผู้ประกอบการกับผู้บริโภค (Business-to-consumer: B2C) นั้น ค่าครองชีพและหนี้สินภาคครัวเรือนที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เป็นปัจจัยที่กำหนดให้ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าในการจับจ่ายใช้สอย การจัดงานอีเว้นท์ระหว่างผู้ประกอบการกับผู้บริโภคในรูปแบบงานแสดงสินค้ามาออกร้านค้าเพื่อเป็นตัวเลือกสำหรับผู้บริโภคและมีการจัดโปรโมชั่นต่างๆควบคู่กันไป น่าจะเป็นรูปแบบการจัดงานอีเว้นท์ที่ได้รับความสนใจ และมีผู้บริโภคเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมากในปีนี้

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธุรกิจค้าปลีกและผู้ผลิตสินค้าที่ต้องการระบายสต็อกสินค้า และธุรกิจท่องเที่ยวที่ได้รับปัจจัยหนุนจากการส่งเสริมการท่องเที่ยวจากภาครัฐในปีนี้ สอดคล้องตามภาพรวมที่ผู้จัดงานกำหนดวันจัดงาน รวมถึงจองศูนย์ประชุม ศูนย์แสดงสินค้าขนาดใหญ่ และโรงแรมเพื่อจัดงานแสดงสินค้าไว้ล่วงหน้าไปจนถึงปลายปี รวมไปถึงงานอีเว้นท์ในกลุ่มธุรกิจบันเทิง เช่น คอนเสิร์ตศิลปินไทยและต่างประเทศ การแสดง กิจกรรมกีฬา เป็นต้น ก็คึกคักมากขึ้นมากกว่าปีที่ผ่านมาซึ่งมีการยกเลิกหรือเลื่อนการจัดงานออกไป

 

อีกทั้ง ธุรกิจรับจัดงานอีเว้นท์น่าจะได้รับอานิสงส์จากการจัดงานอีเว้นท์จากภาครัฐมากขึ้นกว่าในปีที่ผ่านมา ยกตัวอย่างเช่น การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในช่วงปลายปี 2558 นี้ ที่จะมีการจัดสัมมนาและนิทรรศการเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างเข้มข้น การดำเนินโครงการต่างๆเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายใต้งบประมาณการลงทุนโครงการภาครัฐที่จะมีการจัดประชุมระดมสมอง รับฟังความคิดเห็น และสัมมนาสำหรับภาคส่วนต่างๆ การส่งเสริมให้ปี 2558 เป็นปีแห่งการท่องเที่ยววิถีไทยที่จะมีการจัดงานอีเว้นท์ในรูปแบบการจัดโร้ดโชว์เพื่อกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวจากภาครัฐ เป็นต้น

 

ซึ่งนอกจากข้อมูลงบประมาณจังหวัดประจำปี 2558 ที่คิดเป็นเม็ดเงินงบประมาณที่ตั้งไว้สำหรับการจัดงานอีเว้นท์จากภาครัฐรวมทั่วประเทศไม่ต่ำกว่า 1,400 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 10 ของมูลค่าธุรกิจรับจัดงานอีเว้นท์ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า น่าจะมีงบประมาณภาครัฐเพิ่มเติม โดยงบประมาณการจัดงานอีเว้นท์ส่วนหนึ่งจะสะพัดสู่ผู้ประกอบการธุรกิจรับจัดงานอีเว้นท์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ประกอบการธุรกิจรับจัดงานอีเว้นท์ขนาดกลางและเล็ก ที่จะมีโอกาสรับจัดงานอีเว้นท์ในระดับภูมิภาคสำหรับองค์กรภาครัฐมากขึ้น

 

คาดธุรกิจอีเว้นท์ในประเทศไทยปี’ 58 เติบโต 3.8 – 6.2%

หากภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศไทยไม่มีปัจจัยร้ายแรงมากระทบ ประกอบกับแนวโน้มของการใช้พื้นที่จัดงานอีเว้นท์ของผู้ประกอบการธุรกิจศูนย์ประชุมและศูนย์แสดงสินค้ารายใหญ่ในช่วงเดือนมกราคม – มีนาคม ปี 2558 เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยพบว่า ในปี 2558 นี้ ผู้ประกอบการธุรกิจศูนย์ประชุมและศูนย์แสดงสินค้ารายใหญ่ได้มีการตั้งเป้าหมายจำนวนการจัดงานอีเว้นท์ที่เพิ่มสูงขึ้น มีแนวโน้มการขึ้นค่าเช่าสถานที่จัดงานอีเว้นท์ รวมถึงได้ตั้งเป้าหมายทางด้านอัตราการเช่าพื้นที่เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 60 จากในปี 2557 ที่มีอัตราการเช่าพื้นที่ร้อยละ 50 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงมุมมองในด้านการฟื้นตัวของการจัดงานอีเว้นท์ในปีนี้

 

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประมาณการว่า ธุรกิจรับจัดงานอีเว้นท์ในประเทศไทยจะเติบโตขึ้นจากมูลค่าประมาณ 13,000 ล้านบาท1 ในปี 2557 ไปสู่มูลค่า 13,500 – 13,800 ล้านบาท ในปี 2558 หรือเติบโตร้อยละ 3.8 – 6.2 โดยธุรกิจรับจัดงานอีเว้นท์น่าจะได้รับปัจจัยหนุนจากการจัดงานจากผู้จัดงานภายในประเทศเป็นหลัก ทั้งการจัดงานอีเว้นท์ในรูปแบบการจับคู่ทางธุรกิจในอุตสาหกรรมต่างๆ งานแสดงสินค้าเพื่อเป็นตัวเลือกสำหรับผู้บริโภคและมีการจัดโปรโมชั่นต่างๆควบคู่กันไป รวมถึงยังได้อานิสงส์จากการจัดงานอีเว้นท์จากภาครัฐ ซึ่งสะท้อนถึงแนวโน้มในทิศทางที่ดีขึ้นของการจัดงานอีเว้นท์ในประเทศไทย ที่จะเป็นการริเริ่มสร้างความเชื่อมั่นให้ตลาดไมซ์ต่างชาติฟื้นตัวตามมา

 

อย่างไรก็ตาม ในปี 2558 นี้ ยังต้องจับตาการฟื้นตัวของตลาดไมซ์ต่างชาติ โดยหากตลาดไมซ์ต่างชาติยังไม่สามารถฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่ ประกอบกับประเทศสิงคโปร์ และมาเลเซีย ดึงดูดการจัดงานอีเว้นท์ในระดับนานาชาติในรูปแบบต่างๆมายังประเทศตนเอง ส่งผลให้การจัดงานอีเว้นท์ในระดับนานาชาติในประเทศไทยน่าจะยังไม่คึกคักเท่าที่ควร ส่งผลให้ธุรกิจรับจัดงานอีเว้นท์น่าจะเติบโตประมาณร้อยละ 3.8 ในขณะเดียวกัน หากความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวกลุ่มไมซ์ต่างชาติกลับคืนมาจากสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศไทยที่มีความชัดเจนขึ้น รวมถึงการที่ภาคส่วนต่างๆดึงดูดการจัดงานอีเว้นท์ในระดับนานาชาติมายังประเทศไทย อีกทั้งการซื้อลิขสิทธิ์การจัดงานระดับนานาชาติมาจัดที่ประเทศไทยซึ่งจะเป็นการเพิ่มโอกาสสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจรับจัดงานอีเว้นท์ของประเทศไทยในการรับจัดงานอีเว้นท์ในระดับนานาชาติ ส่งผลให้ธุรกิจรับจัดงานอีเว้นท์น่าจะเติบโตได้ถึงร้อยละ 6.2

 

ทั้งนี้ แม้ว่าในปี 2558 ธุรกิจรับจัดงานอีเว้นท์ในประเทศไทยจะมีแนวโน้มฟื้นตัวเติบโตขึ้นในรอบสามปีที่ผ่านมา แต่ก็พบว่า มูลค่าตลาดยังไม่สามารถฟื้นตัวกลับมาอยู่ในระดับสูงดังเช่นในปี 2555 ที่ตลาดธุรกิจรับจัดงานอีเว้นท์มีมูลค่าสูงถึง 15,000 ล้านบาท ส่งผลให้ผู้ประกอบการธุรกิจรับจัดงานอีเว้นท์ของประเทศไทยที่มีศักยภาพในการจัดงานอีเว้นท์ในต่างประเทศเริ่มขยายตลาดไปสู่การรับจัดงานอีเว้นท์ในต่างประเทศมากขึ้น เพื่อให้การเติบโตของรายได้โดยรวมเป็นไปตามเป้าหมาย

 

สำหรับในระยะข้างหน้านั้น ธุรกิจรับจัดงานอีเว้นท์ของประเทศไทยยังมีศักยภาพที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากขีดความสามารถของผู้ประกอบการธุรกิจรับจัดงานอีเว้นท์ของประเทศไทยซึ่งมีศักยภาพเพียงพอในการรับจัดงานอีเว้นท์ในระดับนานาชาติ รวมถึงขีดความสามารถของผู้ประกอบการธุรกิจสนับสนุนที่เกี่ยวเนื่อง ยกตัวอย่างเช่น การสร้างสถานที่จัดงานอีเว้นท์ใหม่ๆ ทั้งในพื้นที่ใจกลางเมืองและชานเมืองเพื่อรองรับการจัดงานอีเว้นท์ในรูปแบบต่างๆ ผู้ประกอบการธุรกิจศูนย์ประชุมและศูนย์แสดงสินค้ารายใหญ่ที่ได้ยกระดับการคมนาคมโดยรอบและมีการขยายพื้นที่เพื่อรองรับการจัดงานอีเว้นท์ในรูปแบบต่างๆ รวมถึงธุรกิจอื่นๆ เช่น การคมนาคมขนส่ง การสื่อสารและโทรคมนาคม โรงแรมและที่พัก ร้านอาหาร ร้านค้าปลีก เป็นต้น ก็ยังมีการขยายตัวรอบๆศูนย์ประชุมและศูนย์แสดงสินค้า เพื่อรองรับการเติบโตของจัดงานอีเว้นท์ด้วยเช่นกัน

 

นอกจากนี้ การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในช่วงปลายปี 2558 จะผลักดันให้เศรษฐกิจของประเทศสมาชิกอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม หรือกลุ่ม CLMV มีการขยายตัวยิ่งขึ้น ส่งผลให้มีความต้องการการจัดงานอีเว้นท์ขนาดใหญ่ ประกอบกับภาครัฐและเอกชนของประเทศกลุ่ม CLMV นิยมใช้บริการผู้ประกอบการธุรกิจรับจัดงานอีเว้นท์ของประเทศไทยในการจัดงานอีเว้นท์ขนาดใหญ่อยู่แล้ว จึงเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจรับจัดงานอีเว้นท์ของประเทศไทยในการเข้าไปให้บริการจัดงานอีเว้นท์ในประเทศกลุ่ม CLMV มากยิ่งขึ้น รวมถึงยังมีโอกาสสร้างพันธมิตรทางธุรกิจกับผู้ประกอบการของประเทศกลุ่ม CLMV มากยิ่งขึ้นอีกด้วย

 

อีกทั้งการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฮับของการจัดงานอีเว้นท์ขนาดใหญ่ของอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง งานอาเซียนเฟสติวัล ซึ่งเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการจัดงานระดับโลกผ่านความริเริ่มร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ น่าจะส่งผลให้การจัดงานอีเว้นท์ในระดับนานาชาติในประเทศไทยมีความคึกคักขึ้น จากการจัดงานจากผู้จัดงานทั้งในและนอกภูมิภาคอาเซียน อีกทั้งการขยายตลาดการประชุมและงานแสดงสินค้าจากเมืองแห่งไมซ์ ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ขอนแก่น พัทยา และภูเก็ต ไปสู่พื้นที่ชายแดนและเขตเศรษฐกิจพิเศษก็สะท้อนถึงโอกาสของผู้ประกอบการธุรกิจรับจัดงานอีเว้นท์ด้วยเช่นกัน


โดย : รุ่ง 27 ธ.ค. 2560 00:16:24 น.
ดู 62 ครั้ง
0 0

ความคิดเห็น :

#ข่าวประชาชน #สาระ #ข่าวสาร #เด็ดๆ #ตลก #ขำขำ #วิชาการ #บันเทิง #ดารา #มาแรง #วีดีโอ #น่ารู้