รายละเอียด การเปิดอู่ซ่อมรถยนต์

    การที่จะทำธุรกิจใดก็ตามหากไม่รู้ลึกซึ้งถึงเนื้อหาสาระสำคัญของธุรกิจนั้นๆ  “ก็เปรียบเสมือนการหลับตาเดิน  แค่ออกก้าวก็ชนอุปสรรคขวากหนามเสียแล้ว”  ฉะนั้นขอให้ผู้สนใจธุรกิจอู่ซ่อมรถควรทำความเข้าใจในบทความนี้อย่างละเอียดและอ่านดูให้ถี่ถ้วน  พิจารณาความชอบและความเหมาะสมของประเภทการให้บริการในอู่ซ่อมรถให้ถ่องแท้  ก็จะเป็นการเริ่มต้นธุรกิจที่มีชัยชนะไปกว่าครึ่งแล้ว…


เปิดอู่ซ่อมรถK.MOTERS เจริญกรุง


    การจะเปิดอู่ซ่อมรถซักหนึ่งร้านมีรายละเอียดปลีกย่อยค่อนข้างเยอะ    ก่อนที่จะทำธุรกิจอู่ซ่อมรถได้นั้นเราควรศึกษาองค์ประกอบเรื่องต่างๆที่จำเป็นเสียก่อนที่จะเปิดอู่รถ  ซึ่งจะขอแยกเป็นเรื่องๆดังต่อไปนี้


1.ประเภทของร้านในการเปิดอู่ซ่อมรถ แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่


    1.1) ศูนย์บริการรูบแบบค่ายรถยนต์มีชื่อทั้งหลาย         อู่ซ่อมรถประเภทนี้จะเน้นในเรื่องของการซ่อมรถยนต์ในแบรนด์ของตนเอง  ซึ่งจะเน้นที่การให้บริการหลังการขายเมื่อเวลาที่เราซื้อรถใหม่ป้ายแดงไปแล้ว  แต่ราคาค่าบริการจะสูง  อาจมีทั้งค่ายที่เป็นของรถยนต์เองและที่เป็นของเอกชนลงทุนแต่เฉพาะอู่รถยนต์ เช่น B-Quik(บี-ควิก) Bosch Car Service เป็นต้น


    1.2.) อู่บริการทั่วไป        -มีทั้งเป็นลักษณะการเปิดแบบใหญ่พื้นที่ให้บริการมาก  ขนาด 200-500ตารางเมตร มีทั้งที่ให้บริการแก่บุคคลทั่วไป และที่รับซ่อมเฉพาะงานของบริษัทรับประกันทั้งหลาย        -อู่ขนาดกลาง มีลักษณะเป็นร้านที่เป็นตึกแถว(อาคารพาณิชย์) ขนาด 2-4 คูหา  ส่วนใหญ่จะเป็นร้านที่ให้บริการช่วงล่าง, จำพวก เบรค,ครัช,โช๊คอัพ,เปลี่ยนน้ำมันเครื่องและไส้กรอง        -อู่ขนาดเล็ก ร้านขนาดแค่ที่ห้องเดียวที่อยู่ตามบ้าน หรือพื้นที่เปล่าที่ไปปลูกเพิงขนาดเล็กไว้ ให้บริการในกลุ่มคนที่รู้จักกัน


    การเปิดอู่ซ่อมรถ ยังแบ่งได้จากการให้บริการรถยนต์        -อู่ที่ให้บริการแบบครบวงจร        -อู่ที่ให้บริการเฉพาะเครื่องยนต์        -อู่ที่ให้บริการแบบเฉพาะระบบไฟฟ้ารถยนต์        -อู่ที่ให้บริการแบบเฉพาะช่วงล่าง           และมีอู่หรืออาจเรียกว่าร้านที่ให้บริการซ่อมหรือเปลี่ยนเฉพาะบ้างส่วนของรถยนต์ เช่น  อู่ร้านแอร์รถยนต์ อู่เช็คปั๊มหัวฉีด  อู่ติดแก๊สรถยนต์ ร้านเปลี่ยนแบตเตอรี่ ร้านหม้อน้ำรถยนต์ ร้านไดนาโมและไดชาร์จ  ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นอู่ที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์  แต่สำหรับในที่นี้จะกล่าวเฉพาะการเปิดอู่แบบที่ให้บริการช่วงล่าง,เครื่องยนต์เป็นหลัก


2.เรื่องการจดทะเบียนผู้ประกอบการ


    2.1.) การจดทะเบียนการค้าหรือใบทะเบียนพาณิชย์ สามารถจดทะเบียนพาณิชย์ในรูปแบบ บุคคลธรรม(ชื่อ-สกุล) หรือนิติบุคคล(ห้างหุ้นส่วนจำกัด-บริษัท)        -เอกสารที่ต้องเตรียมเพื่อจดทะเบียนพาณิชย์        -สำเนาบัตรประชาชนของผู้ที่เป็นเจ้าของกิจการ        -สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ที่เป็นเจ้าของกิจการ


กรณีที่เจ้าของกิจการอู่ซ่อมรถไม่ได้เป็นเจ้าบ้าน ต้องมีเอกสารประกอบดังนี้        -สำเนาบัตรประชาชนของผู้ที่เป็นเจ้าบ้าน        -สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ที่เป็นเจ้าบ้าน        -หนังสือยินยอมการอาคารสถานที่เพื่อประกอบกิจการอู่ซ่อมรถจากเจ้าบ้าน        -สำเนาสัญญาเช่าอาคารหรือพื้นที่,หนังสือยินยอมให้ใช้เพื่อเปิดอู่ซ่อมรถลงชื่อผู้ให้เช่า


กรณีที่เป็นอาคารสร้างใหม่ ต้องเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้ไปด้วย        -เตรียมใบขออนุญาตก่อสร้างอาคาร


สถานที่จดทะเบียนพาณิชย์ในการเปิดอู่ซ่อมรถ    กรุงเทพ         -กรมพัฒนาธุรกิจการค้า Website:http://www.dbd.go.th/ call center 1570        -จะมีสำนักงานธุรกิจการค้าแยกเป็นเขตที่ 1-6 ดูรายละเอียดที่ http://www.dbd.go.th/ewt_news.php?nid=48        -หรือไปที่สำนักงานเขตทั้ง 53 เขตก็ได้    ต่างจังหวัด        -ไปที่เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบลและสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดตามแต่ละจังหวัด        -ต้องยื่นจดทะเบียนพาณิชย์ภายใน 30 วันนับตั้งแต่มีการเริ่มดำเนินกิจการ        -หากผู้ประกอบการไม่ทำการจดทะเบียน หรือแสดงรานการที่เป็นเท็จ  มีโทษค่าปรับไม่เกิน 2,000บาท  และหากไม่ทำการจดให้แล้วเสร็จปรับอีกไม่เกินวันละ 100บาท        -ค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนพาณิชย์เพื่อประกอบธุรกิจใหม่ 50บาท


     3.เรื่องการขอใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ  สำหรับธุรกิจ เปิดอู่ซ่อมรถ นั้นเป็นการทำกิจการที่ทำเกี่ยวกับ การซ่อมเครื่องรถยนต์,การประกอบ,การเคาะพ่นสี  หรือการปะเชื่อมต่างๆ  และรวมไปถึงการสะสมน้ำมันเชื้อเพลิงรถยนต์นั้น  กฎหมายด้านการสาธารณสุขถือว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพ  บังคับให้ผู้ประกอบการต้องขอใบอนุญาตประกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ


     เอกสารที่ต้องเตรียม        -เตรียมใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร         -สำเนาทะเบียนบ้าน         -สำเนาบัตรประชาชน         -สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์         -รูปถ่าย 1 นิ้ว 2 ใบ         -แบบแปลนภายในอู่ในส่วนพื้นที่การใช้งานของแต่ละส่วนการทำงาน        -แผนการจัดเก็บวัสดุใช้แล้วประเภทเป็นอันตราย        -ใบอนุญาตมีอายุ 1 ปี  และต้องต่อทุกปี(ต้องต่อก่อนที่ใบอนุญาตจะหมดอายุ 30วัน)


    สถานที่ไปขอใบอนุญาต            กรุงเทพมหานคร:    ยื่นขอได้ที่สำนักงานเขตที่ตั้งสถานประกอบการ             ในต่างจังหวัด:   ยื่นขอได้ที่ สำนักงานเทศบาล,สำนักงานสุขาภิบาล,องค์การบริหารส่วนตำบล ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในการขอใบอนุญาตการขอตั้งสถานประกอบการ        โดยมีค่าธรรมเนียมในแต่ละประเภทไม่เกิน 10,000บาท


      4.การปิดป้ายแสดงราคาค่าบริการในเปิดอู่ซ่อมรถ     คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการจากกระทรวงพาณิชย์  ได้ออกประกาศกำหนดให้แก่ธุรกิจบริการซ่อมรถนั้นต้องปิดป้ายแสดงราคาค่าบริการต่างๆให้เห็นชัดเจนในสถานที่ประกอบการ  หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน_10,000บาท


       5.รายละเอียดการลงทุนของการเปิดอู่ซ่อมรถ    จะมีค่าใช้จ่ายในการลงทุนเริ่มแรกแตกต่างกันไปตามแต่ขนาด  และลักษณะในการเลือกการให้บริการของการเปิดอู่ซ่อมรถว่ามากน้อยเพียงไร


     ข้อมูลโดยเฉลี่ยสำหรับเงินลงทุนเริ่มต้นของผู้เปิดอู่ซ่อมรถ มีดังนี้        -ส่วนที่.1) เป็นค่าออกแบบตกแต่งอาคาร เฟอร์นิเจอร์สำนักงาน,เครื่องใช้และอุปกรณ์สำนักงาน 15% (ของเงินลงทุน)        -ส่วนที่.2) เป็นค่าเครื่องมือช่างและอุปกรณ์อู่ซ่อม 11% (ของเงินลงทุน) ซึ่งจะมมีอุปกรณ์พื้นฐานที่จำเป็นดังนี้ แม่แรงขนาดใหญ่สำหรับยกเพื่อซ่อม เครื่องปั๊มลมสำหรับเครื่องมือช่างที่ใช้แรงอัด เครื่องเจียรแต่ง เครื่องชาร์ตแบตเตอรี่ ประแจและไขควงต่างๆ        -ส่วนที่,3) เงินทุนหมุนเวียน 74%(ของเงินลงทุน)  ส่วนใหญ่เป็นค่าอะไหล่ของรถยนต์  ค่าวัสดุสิ้นเปลือง  ค่าใช้จ่ายประจำ,เงินเดือนพนักงาน ค่าน้ำประปาและค่าไฟฟ้า เป็นต้น














เคสตัวอย่างในการใช้เงินลงทุนของธุรกิจเปิดอู่ซ่อมรถ
รายการ                                                         จำนวนเงิน(บาท)เฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้สำนักงาน         -โต๊ะและเก้าอี้สำนักงาน………………………………………4,000     -ตู้เอกสาร……………………………………………………8,400     -โทรทัศน์……………………………………………………7,300     -เครื่องเสียง………………………………………………….7,000     -ตู้เย็น……………………………………………………….5,500     -เครื่องโทรศัพท์……………………………………………..6,000     -เครื่องคิดเลข…………………………………………………600     -เฟอร์นิเจอร์อื่นๆ…………………………………………….9,200                       รวม………………………………………..48,000 ค่าเครื่องมืออุปกรณ์สำหรับการให้บริการ          -ปั้มลม…………………………………………………..12,000      -แม่แรง……………………………………………………4,700      -เครื่องเจียร……………………………………………….1,300      -รถยนต์และรถมอเตอร์ไซด์……………………………..110,000      -ไขควง,คีม,ประแจอื่นๆ ……………………………….34,000                      รวม……………………………………….162,000 เงินทุนหมุนเวียน…………………………………………….100,000 รวมเงินลงทุนทั้งหมด………………………………………..310,000
ที่มา:ในประมาณการจากการสัมภาษณ์ผู้ประกอบกิจอู่ซ่อมรถการจำนวน_10กิจการ  ในรอบเดือนธันวาคม พ.ศ.2543-มกราคม พ.ศ.2544 และปรับรายการลงทุนบ้างรายการออกเพราะเป็นรายการที่มูลค่าต่ำ หรือรายการปลีกย่อยที่ไม่จำเป็นออกไป

 


     6.การบริหารจัดการภายในร้าน      ซึ่งในการที่จะ เปิดอู่ซ่อมรถ นั้นการบริหารจัดการภายในร้านเป็นเรื่องสำคัญควรมีการจัดระบบงานต่างแยกเป็นสัดส่วนให้ชัดเจน  ซึ่งสามารถแยกเป็นส่วนๆได้ดังนี้


    ด้านการบริหารการเงินและการบัญชี    จะเป็นส่วนที่รับผิดชอบเรื่องการเงินทั้งหมด  การทำบัญชีทั้งในส่วนที่เป็นรายรับ(รายได้ค่าบริการในการซ่อม,รายได้จากการขายอะหลั๋ยรถยนต์),รายจ่าย(ค่าใช้จ่ายต่างๆทั้งหมด)  ในการทำบัญชีต้องรับผิดชอบงานในส่วนเอกสารทั้งหมด  ไม่ว่าจะเป็น,บัญชีรายรับ,บัญชีรายจ่าย,บัญชีสต๊อก,บัญชีการเสียภาษี,  งานที่เป็นเอกสารต่างๆ เช่น การออกบิล,เอกสารรายได้ของพนักงานที่เป็นค่าล่วงเวลาหรือในการลาหยุด  ทั้งหมดเป็นเรื่องของงานเอกสารที่ต้องมีการบันทึกเพื่อนำมาสรุป  ยอดกระทบตัวเลขของแต่ละบัญชีให้ถูกต้อง  


     ในเรื่องของการทำบัญชีเป็นเรื่องที่ควารทำอย่างยิ่ง  เพราะจะเป็นการตรวจสอบวัดผลกำไร-ขาดทุนของกิจการได้เป็นอย่างดี  อีกทั้งยังเป็นความถูกต้องเพื่อนำเรียนกับเจ้าที่สรรพากรถึงผลกำไร-ขาดทุนอย่างโปร่งใส  หากกิจการมีกำไรก็เสียภาษีอย่างถูกต้องตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด  หากยังขาดทุนอยู่ก็ไม่ต้องเสียภาษีว่ากันไปตามจริง


      ในการทำบัญชียังสามารถทำในแบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อง่ายต่อการทำงาน  แต่ก็ควรมีผู้ชำนาญงานด้านคอมพิวเตอร์และการบัญชีควบคู่กันด้วย


   ด้านการบริหารจัดการบุคคล    ในการ เปิดอู่ซ่อมรถ สามารถแบ่งงานบุคคลเป็น 5 กลุ่ม(คราวๆสำหรับกิจกรรมขนาดเล็ก)


     – พนักงานผู้บริหาร(เจ้าของกิจการ)  เจ้าของกิจการรับผิดชอบภาพรวมทั้งหมด  อีกทั้งต้องรับแรงกดดันทั้งหมดของทุกภาคส่วนของกิจการ  ต้องมีความเข้าใจระบบงานทั้งหมดขององค์กร  สามารถบริหารงานวางคน..วางงานให้ถูกที่ถูกจุดได้อย่างประสิทธิภาพสูงสุดในการทำงาน


     -พนักงานด้าการบัญชี   เป็นพนักงานที่ทำหน้าที่ควบคุมด้านบัญชีทั้งหมด  จำนวนพนักงานมากน้อยขึ้นอยู่กับขนาดโครงสร้างของการเปิดอู่ซ่อมรถ


    -พนักงานตอนรับลูกค้าเจ้าหน้าที่ทำหน้าที่คอยตอนรับลูกค้าและดูแลลูกค้าระหว่างที่รถเข้ารับการซ่อมในอู่ซ่อมรถ  ทำหน้าที่คอยประสานงานให้ลูกค้ารับข้อมูลต่างๆที่เกี่ยวกับการซ่อมรถ  ทำการนัดหมายเพื่อตรวจเช็ตรถในครั้งต่อไป  อาจรวมไปถึงการแจ้งโปรโมชั่นต่างๆให้กับลูกค้าทราบ


    -พนักงานช่างซ่อมบำรุงเป็นพนักงานที่เชียวชาญด้านการซ่อมรถในแต่ละด้าน  ที่ทางอู่เปิดให้บริการซ่อม มีทั้งระดับหัวหน้าช่าง,ผู้ช่วยช่าง  จำนวนของพนักงานขึ้นอยู่กับจำนวนรถที่เข้ารับบริการในแต่ละวัน  หนึ่งคน-สองคนต่อรถยนต์หนึ่งคัน


-พนักงานแม่บ้าน    เป็นพนักงานที่รับผิดชอบความเรียบร้อย,ด้านความสะอาด,การจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวก,เครื่องดื่ม,อาหารว่าง  รวมถึงงานของแม่บ้านทั้งหมดภายในอู่  จำนวนขึ้นอยู่กับขนาดของการเปิดอู่ซ่อมรถ


     ด้านการบริหารคุณภาพการให้บริการ     เป็นหัวใจสำคัญของกิจการ เปิดอู่ซ่อมรถ เพราะกิจการมีสินค้าเป็นการให้บริการเป็นหลัก  ความประทับใจของลูกค้าเท่านั้นที่จะทำให้กิจการอยู่รอดและสามารถแข่งขันในธุรกิจนี้ได้        -ควรกำหนดเป้าหมายของกิจการ เปิดอู่ซ่อมรถ ด้านคุณภาพการให้บริการให้ชัดเจน  ตัวอย่างเช่น  หน้าตาดี  คำพูดดี  จิตใจดี  คุณภาพการซ่อมที่ดี  กล่าวคือ  หน้าตาดีคือมีใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสพร้อมที่จะให้บริการกับลูกค้าทุกเมื่อ  คำพูดดีคือการพูดจาที่ไพเราะกับลูกค้าให้คำแนะนำข้อมูลกับลูกค้าเท่าที่ลูกค้าต้องการ  จิตใจดีคือมีหัวใจพร้อมในงานบริการหากไม่มีใจในการให้บริการลูกค้าแล้วทุกอย่างก็จะออกมาไม่ดี  คุณภาพการซ่อมที่ดีคือทำงานด้วยงานที่เน้นคุณภาพการซ่อมทั้งเรื่องการซ่อมและสินค้าอะหลั่ยที่ใช้เปลี่ยน


       -ประเมินพนักงาน        ควรมีระบบตรวจวัดผลของพนักงานทุกคนทุกฝ่ายว่าได้ทำงานเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดหรือไม่  ควรวัดออกมาเป็นตัวเลขการให้คะแนนเพื่อให้เห็นความแตกต่างที่ชัดเจน ว่าพนักงานคนใดปฏิบัติหน้าที่ได้ดีมากน้อยแค่ไหน


       -ตอบแทนรางวัลพนักงาน         เมื่อมีการทำงานสร้างองค์กรให้เติบโตและแข่งแกร่งอย่างเต็มที  ก็ต้องมีรางวัลตอบแทนให้กับพนักงานที่ทำดีเพื่อเป็นกำลังใจและเป็นแรงขับที่จะทำงานต่อไป เช่น ค่าโบนัสรายปี(จำนวนเท่าไหร่ก็ขึ้นอยู่ผลประกอบการ),ค่าโอที,ค่าเบี้ยขยัน,รางวัลพิเศษของพนักงานดีเด่น  การเลื่อนตำแหน่งงาน,สวัสดิการที่จะได้รับเพิ่มขึ้นถ้าปฏิบัตหน้าที่ได้เป็นอย่างดี


       -บทลงโทษ         หากมีการทำผิดระเบียบหรือกฎที่ได้ตั้งไว้  ก็ต้องมีบทลงโทษจากน้อยไปหามากเพื่อควบคุมทิศทางขององค์กรให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน


เปิดอู่ซ่อมรถ


7.เรื่องการทำตลาดและประชาสัมพันธุ์ในการเปิดอู่ซ่อมรถ     ในการทำกิจการใดๆก็ตามต้องมีการทำตลาดและประชาสัมพันธ์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  และต้องควรทำอย่างยิ่ง  โดยเฉพาะเป็นกิจการที่เปิดใหม่ยังไม่เป็นที่รู้จักต้องยิ่งประชาสัมพันธ์ให้มากในช่วงแรก  จนกว่าจะมีลูกค้ามากพอระดับหนึ่งแล้วค่อยลดการประชาสัมธ์ลงหน่อยก็ได้  แต่ต่อทำการประชาสัมธ์ต่อไปอย่างต่อเนื่องห้ามละทิ้งโดยเด็ดขาดไม่เช่นนั้นอู่ซ่อมรถของเราอาจถูกลืมจากลูกค้าได้


      การประชาสัมพันธุ์ทำได้หลายวิธี  ตัวอย่างที่เป็นการประชาสัมธุ์ที่มีราคาไม่สูงนัก  เช่น  การแจกใบปลิวในบริเวณใกล้เคียง,การติดป้ายโฆษณาต่างบริเวณต่างๆทั้งด้านหน้าอู่และสถานที่ใกล้เคียง,การทำสปอร์ตโฆษณากับวิทยุชุมชน  และที่เห็นจะมาแรงในขณะนี้ก็คือ การทำเว็บไซต์ซึ่งน่าสนใจมาก มีราคาถูกมีคนรู้จักในวงกว้างและรวดเร็ว


     ด้านการตลาด ควรมีการจัดกิจกรรมต่างๆให้ลูกค้ามีส่วนรวม,จัดโปรโมชั่นลดราคาตามช่วงเทศกาลต่างๆ เช่น เทศกาลสงการณ์ตรวจเช็ค 10 รายการฟรีก่อนเดินทางกลับบ้านให้ปลอดภัยกับอู่เราซิ  เป็นต้น


เปิดอู่ซ่อมรถ


 8.จุดแข็งและจุดอ่อนของการเปิดอู่ซ่อมรถ


 จุดแข็ง     เป็นกิจการที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ที่มีจำนวนมากและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกวัน  จากการค่านิยมของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการมีรถยนต์ส่วนตัวเป็นของตนเอง  จากรถขนาดเล็กที่มีราคาถูกที่มีจำนวนมากขึ้นทุกวัน


จุดอ่อน    เป็นกิจการที่ต้องมีบริหารจัดการให้ดี  โดยเฉพาะเรื่องคนที่ต้องมีการเก็บรักษาคนเก่าที่ดีมีฝีมือไว้ และรับคนใหม่เข้ามาเสริมทีมงานให้มีความต่อเนื่องไม่หยุดฉงัก


 9.เรื่องภาษีต่างๆในการ เปิดอู่ซ่อมรถ


 ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา(ในกรณีจดทะเบียนในนามชื่อ-สกุล)      -ต้องทำการยื่นขอเป็นผู้มีบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากรต่อสรรพากรในเขตพื้นที่ ในที่ตั้งของสถานประกอบการ(ปัจจุบันใช้เลขประจำตัวบัตรประชาชน)     -ต้องทำการยื่นแบบแสดงรายการชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี(ภ.ง.ด.90)และครึ่งปี(ภ.ง.ด.94)     -ถ้ามีรายได้เกิน 1,800,000/ปี ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม(ภ.พ. 20)เพื่อเสียภาษีมูลค่ารายเดือนตามแบบ(ภ.พ.30)


โดย : รุ่ง 29 ส.ค. 2560 22:12:14 น.
ดู 135 ครั้ง
0 0

ความคิดเห็น :

#ข่าวประชาชน #สาระ #ข่าวสาร #เด็ดๆ #ตลก #ขำขำ #วิชาการ #บันเทิง #ดารา #มาแรง #วีดีโอ #น่ารู้